8 เคล็ดลับ ฉีดน้ำหอมอย่างไร ให้กลิ่นติดทนนานตลอดวัน

ถ้าพูดถึงน้ำหอมที่ชอบใช้ หลายๆ คนก็คงจะยกมือตอบ และบอกว่าชอบกลิ่นนั้นกลิ่นนี้เป็นแน่ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องของการฉีดน้ำหอมให้ติดแน่นทนนาน หลายๆ คนก็ต้องทำหน้าฉงน พร้อมกับส่ายหัวเบาๆ เพราะไม่รู้เคล็ดลับในการฉีดน้ำหอมให้ติดแน่นทนนาน ทั้งนี้เพราะน้ำหอมส่วนมากนั้นมักจะระเหยหายไปหลังจากฉีดในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับสำหรับวิธีการฉีดน้ำหอมให้ติดแน่นทนนานตั้งแต่เช้าจรดค่ำ และหอมตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้ากันเลยทีเดียว

1. ผิวพรรณที่ชุ่มชื้น
รู้หรือไม่? ผิวพรรณที่นุ่มชุ่มชื้นมีผลทำให้กลิ่นน้ำหอมติดทนได้นานกว่าผิวที่แห้งกร้าน ฉะนั้นหลังจากที่คุณอาบน้ำชำระล้างกายแล้ว รูขุมขนของคุณจะเปิดออก นี่แหละคือช่วงเวลาที่สำคัญ หลังจากทาโลชั่นบำรุงผิวแล้ว ควรฉีดพรมน้ำหอมให้ทั่วบริเวณที่ทาโลชั่น วิธีนี้จะช่วยให้น้ำหอมที่คุณฉีดพรมลงบนร่างกายติดผมทนนานได้มากขึ้นนั่นเอง

2. อาหารที่รับประทานก็มีผลนะ
อาหารหลากหลายชนิดที่เรานั้นรับประทานเข้าไป ล้วส่งผลต่อกลิ่นกายของคุณทั้งสิ้น เพราะร่างกายของเราจะมีกลิ่นที่เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ต่อเมื่อเราฉีดพรมน้ำหอม น้ำหอมนั้นก็จะไปทำปฏิกิริยากับผิวหนังของเราอีกที เคยสังเกตกันไหมคะ? บางคนที่รับประทานอาหารประเภทที่มีกลิ่นเครื่องเทศสูง กลิ่นนั้นๆ มักจะติดตัวเข้าไปด้วย จนเสมือนเป็นกลิ่นกายเลยก็ว่าได้ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานนะคะ เพิ่มปริมาณของผัก และ ผลไม้ เข้าไปในหนึ่งมื้ออาการสักหน่อย เพราะอาหารหมวดนี้ จะส่งผลต่อกลิ่นกายน้อยกว่า ประเภทเครื่องเทศ เครื่องแกง อย่างมาก และที่สำคัญ ครที่เป็นนักดื่มตัวยง ร่างกายรับแอลกอออล์ทุกๆ ค่ำคืน อันนี้ไม่ดีต่อร่างกายแน่นอน เพราะแอลกอฮอล์จะส่งผลกับผิวหนังอย่างรุนแรง กลิ่นของมันจะเกาะติดที่ผิวหนังของคุณเป็นเวลานาน ดังนั้นหากคุณสามารถงด หรืหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ได้ ก็จะส่งผลดีต่อร่างกาย และระบบประสาทในการรับกลิ่นค่ะ

3. บริเวณเส้นผม และหนังศีรษะ
ทุกๆ คน นั้นย่อมมีสรีระที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เส้นผม แลหนังศีรษะก็เช่นกัน ในบริเวณมีต่อมไขมันที่คอยผลิตน้ำมันออกมาอยู่ตลอดเวลา เส้นผมของเรามักดูดซับกลิ่นต่างๆ ไว้ได้อย่างน่าแปลกใจ ไม่ว่าจะเป็น กลิ่นควัน กลิ่นการปรุงอาหาร และยังจะกลิ่นไม่พึงประสงค์อีกมากมาย ซึ่งบางครั้งเราก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ คุณควรสระผมของคุณให้สะอาดอยู่เสมอ และหากอยากเพิ่มความหอมใหร่างกาย เราขอแนะนำว่า
อย่าฉีดน้ำหอมลงบนเส้นผมโดยตรง ควรฉีดลงบนแปรงก่อนแล้วค่อยหวีลงบนเส้นผม วิธีนี้จะช่วยให้เส้นผมไม่ต้องสัมผัสกับแอลกอฮอล์จากน้ำหอม แต่จะช่วยให้ กลายเป็นนางผมหอมไปทั้งวัน ฉีดน้ำหอมลงบนแปรงแล้วแปรงผมให้ทั่ว

 

4. ดูแลน้องสาวให้หอม
สาวๆ อย่าละเลยการล้างน้องสาวให้สะอาดๆ นะคะ หมั่นอาบน้ำ และทำความสะอาดน้องสาว อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น เพื่อหลีกเลี่ยงจากการติดเชื้อต่างๆ โดยเฉพาะในเวลาอาบน้ำ และถูสบู่ ควรล้างน้ำให้สะอาด ๆ เพื่อชะล้างคราบสบู่ และสิ่งสกปรกออกจากน้องสาว และไม่ควรใช้สบู่ ที่มีกลิ่นหอม เพราะสำหรับน้องสาว เราไม่จำเป็นต้องคงกลิ่นของสบู่ไว้บริเวณนั้น ทางที่ดีเลือกสบู่ธรรมดาๆ ดีกว่า หรือใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อจุดซ่อนเร้น หากรู้สึกไม่สบายตัว เกรงว่าน้องสาวจะมีอะไรที่ผิดปกติ อย่านิ่งเฉยนะคะ รีบไปปรึกษาหมอสูตินารีโดยเฉพาะอย่างรวดเร็ว เช่น ผดผื่น ตุ่มใสๆ บริเวณน้องสาว ควรปรึกษาหมอว่า ติดโรค หรือเกิดความผิดปกติอะไรขึ้นกันแน่ และข้อควรปฏิบัติที่สำคัญ สาวๆ ควรใส่กางเกงในที่ทำจากผ้าฝ้าย เพราะจะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกขึ้น และช่วยให้ผิวหนังบริเวณน้องสาวของเราไม่เป็นผดผื่นด้วย

5. เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายมีผลกับกลิ่นหอม
เชื่อหรือไม่ว่า? กลิ่นหอมจากเสื้อผ้านั้นสามารถหอมติดตัวคุณไปได้นานตลอดวัน เพียงแค่คุณทราบเคล็ดลับการเพิ่มความหอมบนเสื้อผ้าขณะซัก เพียงคุณนั้นเลือกใช้น้ำยาซักผ้า ที่สามารถละลายในน้ำได้ดีกว่าการใช้ผงซักฟอก เมื่อคุณซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้า มันจะช่วยให้การขจัดกลิ่นอับบนเสื้อผ้า และคราบสกปรกสะลายได้ดีกว่า น้ำหอมที่ใช้ตามร่างกายนั้นสามารถช่วยให้การซักผ้าของคุณหอมขึ้นได้ แถมยังไม่ทำให้เสื้อผ้าของคุณชำรุดอีกด้วย เลือกกลิ่นของน้ำหอมที่คุณชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นลาเวนเดอร์ กุหลาบ หรือวานิลลา ก็ช่วยให้เสื้อผ้าหอมมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ส่วนวิธีการนั้นเพียงแค่คุณหยดน้ำมันหอมระเหยลงไปในช่องน้ำยาปรับผ้านุ่ม สัก 3-5 หยด (ขึ้นอยู่กับปริมาณผ้าที่คุณซัก) แล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเครื่องซักผ้าในการทำความสะอาด เพียงเท่านี้กลิ่นของน้ำหอมจะหอมติดเนื้อผ้าไปได้ยาวนานตลอดทั้งวัน

6. ขจัดกลิ่มปากให้ลมหายใจหอมสดชื่น
ถ้าการรับประทานอาหารเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก คุณก็ควรหันมาระมัดระวัง ในการรับประทานอาหารให้มากขึ้น เลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรง อาทิ กระเทียม ต้นหอม หรือของหมักดอง เท่านี้กลิ่นปากก็จะไม่มากวนใจ และควรหมั่นไปพบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อตรวจสุขภาพฟัน เพราะอาการฟันผุ หรือคราบหินปูนก็ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ อีกทั้งยังควรแปรงฟันให้สะอาด บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากทุกครั้งหลังแปรงฟัน และใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อขจัดเศษอาหารที่แปรงสีฟันขจัดออกไม่หมด ขณะที่ควรจะลด ละ เลิกสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปเลยจะดีที่สุด ที่สำคัญการดื่มน้ำเยอะ ๆ ให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย นอกจากจะช่วยให้ร่างกายสร้างน้ำลายได้มากขึ้นแล้ว ก็ยังเป็นการช่วยชะล้างเศษอาหารในปากออกไปได้อีกด้วย เกือบลืมไป! คุณรู้หรือไม่? ปากแห้งแตกเป็นขุยส่งผลให้เกิดกลิ่นปากได้นะ!

7. หมั่นดูแลเท้าให้ไร้กลิ่นอยู่เสมอ
อย่าละเลยที่จะล้างเท้าทั้งสองข้างทุกวันโดยแช่ในน้ำอุ่นผสมน้ำสบู่ประมาณ 10 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด และเช็ดให้แห้งสนิท โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณซอกนิ้วเท้า ต้องให้แห้งสนิทจริงๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นที่อับชื้นและเหม็นตามมา ทุกครั้งที่เท้าเปียก ต้องเช็ดให้แห้งทุกครั้งก่อนสวมรองเท้า หรือถุงเท้า และคุณควรหมั่นขัดผิวเท้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งส้นเท้า ด้วยแปรงขนนุ่มอย่างสม่ำเสมอ เพื่อขัดเอาผิวเซลล์เก่าที่ตายแล้วออกไป ผิวเท้าจะได้นุ่มเนียน และเป็นการเร่งการผลิตเซลล์ใหม่ และที่ไม่ควรลืมอย่างยิ่ง นั่นคือ ก่อนเข้านอน ควรล้างเท้าให้สะอาด เช็ดให้แห้งสนิท และชโลมด้วยครีมบำรุงเท้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผิวหนังบริเวณส้นเท้า จากนั้นควรใช้ผลิตภัณฑ์จำพวกแป้ง หรื สเปร์ยที่เท้า เพื่อเป็นการบำรุงเท้าของเราอย่างดีที่สุด

 
8. สัมผัสสุดท้ายแห่งความหอม
ไม่ว่าคุณจะใช้น้ำหอมยี่ห้ออะไร ความเข้มข้นของกลิ่นหอมนั้นขึ้นอยู่กับ “ชนิด” ของน้ำหอมที่คุณใช้ด้วย อย่างเช่นพวก Eau de Parfum จะมีกลิ่นที่ติดทนนานมากที่สุด เพราะมีส่วนผสมของน้ำมันหอมมากที่สุด รองลงมาก็จะเป็น Eau de Toilette ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมรองลงมา การใส่น้ำหอมนั้นแน่นอนง่ายแสนง่าย แค่ฉีด หรือแต้มตรงจุดชีพจรต่างๆ แต่ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ควรฉีด หรือแต้มน้ำหอมแค่หนึ่งครั้งต่อจุดชีพจรก็พอแล้ว หลายคนกลัวคนอื่นจะไม่ได้กลิ่นน้ำหอมเลยฉีดซะหลายครั้ง แต่อันที่จริงฉีดแค่ครั้งเดียวก็พอ จำไว้ว่า less is more เรามักจะไม่ค่อยได้กลิ่นน้ำหอมของเราเอง แต่อย่าคิดว่าเราไม่ได้กลิ่นแล้วคนอื่นจะไม่ได้กลิ่นเหมือนกัน

 

 

 

 





เนื้อหา โดย: รูปภาพ โดย: Getty Images