ลุค ‘โนเมคอัพ’ ทำยังไงให้เป๊ะ?

ไม่ใช่ว่าเราไม่รักเมคอัพและการปลดปล่อยตัวตนผ่านสีสัน แต่บางวัน ผู้หญิงเราก็อยากที่จะโชว์ความสวยในด้านที่ดูเป็นธรรมชาติออกมาบ้าง หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับทริคการใช้คอนซีลเลอร์กับลุคโนเมคอัพกันเป็นอย่างดีแล้ว แต่ในบทความนี้ เรามีทริคดีๆ อีก 5 ทริคมาบอกต่อ

1.ขัดและเตรียมผิว 
เราต่างรู้ว่าการสครับผิวคือวิธีที่ดีที่สุดในการขจัดสิ่งที่บดบังออร่าของผิวออกไป  ลองใช้ฟองน้ำช่วยสครับผิวอีกแรงโดยหมุนวนไปเบาๆ บนผิวหน้าและลำคอ จากนั้นค่อยล้างออกด้วยน้ำเย็น และลงเฟเชียลออยล์ 2-3 หยดในขณะที่ผิวยังเปียกอยู่ แตะออยล์ย้ำถี่ๆ ลงบนผิวจนผิวแห้งดีการทำแบบนี้จะช่วยให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้นมาก จากนั้นค่อยลงซีรั่มและอายครีมเพื่อดวงตาที่สดใส เพื่อให้งานเตรียมผิวเป๊ะปังกว่าเดิมอีกสามเท่า ลองผสมครีมทาหน้าเข้ากับไพรเมอร์และรองพื้นสัก 2-3 หยด เพื่อสร้างลุคผิวสมบูรณ์แบบแบบที่ใครๆ ดูไม่ออกว่าเราเมคอัพอยู่ โดยสามารถแตะครีมกลิตเตอร์ลงบนบริเวณที่ต้องการความแวววาวสดใสเพิ่มลงไปได้

 

2. เพิ่มความโกลว์ 
ผิวโกลว์เป็นอะไรที่ฮิตกันมานานและไม่มีทีท่าว่าจะเลิกฮิตกันง่ายๆ เราแนะนำให้เพิ่มความสว่างลงบนผิวโดยใช้คอนซีลเลอร์สูตรกระจายแสงตรงโหนกแก้ม กลางหน้าผาก สันจมูก กลางคาง และรอยหยักปากบน
 สุดท้าย ให้ปกปิดจุดบกพร่องขนาดใหญ่ด้วยการลงคอนซีลเลอร์เนื้อหนาที่ให้การปกปิดแน่น และให้ใช้คอลซีลเลอร์เนื้อบางเบาบนผิวที่ใต้ตาอันหมองคล้ำ จากนั้นลองแตะอายแชโดว์เนื้อแวววาวย้ำลงไปอีกเล็กน้อยเพื่อช่วยกระจายแสงและหลอกตาว่าคุณไม่มีรอยคล้ำใต้ตาอยู่  

3. จัดให้เข้ารูป
เชื่อเราเถอะว่าไม่มีอะไรบนใบหน้าคุณที่จะโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ได้มากเท่ากับดวงตาของคุณอีกแล้ว คุณสามารถครีเอทลุคดวงตาดูสดใสเป็นธรรมชาติหรือลุคดวงตาคมเข้มก็ย่อมได้ ขอเพียงแค่คุณใส่ความกลอสซี่ลงไปก็พอ (ลองนึกถึงโดนัทเคลือบน้ำตาลแวววาวสิ แบบนั้นแหละ) เราแนะนำให้คุณทาเท็นเดอร์แคร์ลงตรงเปลือกตาให้ดูมีเอ็ฟเฟ็กต์แวววาวใสๆ แบบกลอสซี่ หรือจะใช้อายแชโดว์เนื้อครีมสีไบรท์ๆ ก็ได้ แต่ถ้าอยากดูเรียบง่ายกว่านี้ ลองใช้อายแชโดว์สีนู้ดลงให้ทั่วเปลือกตาแล้วค่อยไฮไลท์หัวตาด้วยอายไลเนอร์สีขาว และแตะอายแชโดว์เนื้อชิมเมอร์ที่เปลือกตาเพิ่มอีกนิดหน่อย ในส่วนของลุคคมเข้ม ทริคคือการใช้สีเทาทาลงให้ทั่วเปลือกตา และให้ใช้ดินสอเขียนตาหรืออายเพ็นซิลสีเทาหรือน้ำตาลแตะจุดลงตรงโดคนขนตาแล้วค่อยเชื่อมจุดให้เป็นเส้นเรียงไปเรื่อยๆ แบบเป็นธรรมชาติและแนบเนียน และอย่าลืมงานคิ้วที่ต้องปัดให้เรียงเส้นสวยรับกับดวงตา

 

 

4. เติมสีสันเล็กน้อย
นึกถึงตอนที่ลิปสติกเริ่มเฟดออกและสีของมันยังติดอยู่ที่ริมฝีปากคุณเบาๆ ดูสิ แม้ว่าเรียวปากแดงสดจัดเต็มจะเป็นอะไรที่สวยปังจริง แต่การเติมสีสันเพียงเล็กน้อยให้ดูระเรื่อเป็นธรรมชาติก็สามารถช่วยเสริมสีผิวและความสดใสของใบหน้าได้มากเช่นกัน เริ่มจากการเลือกสีลิปสติกที่เข้ากับผิวคุณ ถ้าคุณมีสีผิวที่ค่อนข้างอ่อน เราแนะนำสีส้มหรือพีช ถ้าผิวปานกลาง สีแครนเบอร์รี่หรือโมฟจะเหมาะที่สุด และสำหรับผิวเข้ม ลองใช้สีโทนเย็นอย่างน้ำตาลหรือน้ำตาลเทา ใช้วิธีแตะลิปสติกลงเล็กน้อยตรงกลางริมฝีปากล่าง แล้วค่อยๆ เกลี่ยออกให้ทั่วโดยใช้นิ้วมือหรือสำลีก้าน แล้วค่อยปิดท้ายด้วยกลอสใสอีกที  

5. เนรมิตแก้มดูระเรื่อ
แก้มระเรื่อดูสุขภาพดีคือสิ่งที่ทำให้เราดูเด็กลงและมีชีวิตชีวาเป็นธรรมชาติได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะบลัชเนื้อแป้งหรือเนื้อครีม ขอแค่คุณเลือกเฉดสีที่เข้ากับผิวคุณก็พอ โดยอาจเลือกให้อิงกับสีของลิปสติกก็ได้ หลักการง่ายๆ ก็คือ สำหรับสาวผิวสีอ่อน ให้เลือกบลัชสีชมพู สาวผิวปานกลาง ให้เลือกบลัชสีพีช สาวผิวเข้ม ให้เลือกสีน้ำตาลลอมชมพู โดยเบลนด์สีลงบนผิวบริเวณที่แสงแดดตกกระทบอย่างพวงแก้ม หน้าปาก คาง และสันจมูก พยายามหลีกเลี่ยงบลัชสูตรแวววาว เพราะอาจดูหลอกตาเกินไป แต่ให้ใช้ไฮไลท์ตรงพวงแก้ม ถ้าอยากให้ดูเด่นขึ้นอีกหน่อย

 

 

เนื้อหา โดย: