กฎทองของการทำความสะอาดผิว

เพื่อใบหน้าที่ดีขึ้น คงจะดีกว่าหากคุณยอมเสียเวลา เพิ่มขั้นตอนและความระมัดระวังขึ้นอีกเล็กน้อย คงจะไม่ทำให้เข้าวันใหม่ของคุณวุ่นวายจนเกินไปนัก เราขอแนะนำการล้างหน้าที่ถูกต้อง ที่จะช่วยให้คุณลดความยุ่งยากในการใช้ครีมบำรุงผิวหน้านานาชนิดได้อีกมากทีเดียว ถ้างั้นตอนนี้เรามาดูกันเลยดีกว่าว่า ขั้นตอนอะไรบ้าง ที่ควรทำ และ ไม่ควรทำ

ล้างหน้าให้สะอาดทั้งตอนเช้า และตอนเย็น

เพราะช่วงกลางคืนผิวของเราจะซ่อมแซมตัวเอง ขณะที่ซ่อมแซมจะผลิตซีบัม(sebum) และก่อตัวอยู่บนผิว การล้างทำความซะอาดความมัน ผิวที่ตายแล้ว ในช่วงเวลาเช้า จะช่วยให้ผิวของคุณสะอาดและเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการบำรุงด้วย เซรั่ม และ มอยเจอร์ไรเซอร์  ในตอนเช้า คุณอาจจะเร่งรีบจนไม่มีแม้แต่เวลาล้างหน้า ไม่เป็นไร แต่ก่อนจะเข้านอนนี่อย่าละเลยเป็นอันขาด เพราะคราบสกปรกที่สะสมมาทั้งวัน จะติดใบหน้าคุณไปตลอดทั้งคืน และที่สำคัญเจ้าเชื้อโรคและไขมันที่ก่อให้เกิดสิว มันมักจะใช้ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาทำงานของมันเอามากๆ เสียด้วย

อย่าล้างหน้าด้วยสบู่ หรือ น้ำยาล้างมือ

สบู่มีสภาพความเป็นด่างสูง หากใช้จะส่งผลให้เกิดสภาวะด่างชั่วคราวที่ผิวหนัง 5-10 นาที จากนั้นจะกลับสู่สภาพปกติใน 30 นาที (ปกติผิวหนังคนเราจะมีสภาพเป็นกรด) สภาพความเป็นด่างนั้น จะก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวได้  เมื่อสัมผัสนานๆ จะเกิดความผิดปกติของโปรตีนในผิวหนัง (ชั้นเคอราติน) ทำให้ความต้านทานของผิวลดลง ทำให้สูญเสียความชื้นของผิว เป็นเหตุให้เชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังเจริญเติบโตได้ดี  ดังนั้นคนที่ล้างหน้าบ่อยๆ อย่าเข้าใจผิดว่า ผิวหน้าของท่านจะสะอาดขึ้น แถมสบู่ยังทำให้เราสูญเสียไขมันบริเวณผิวหนัง ซึ่งจะส่งผลให้ผิวหนังเสียความชุ่มชื้น เกิดเป็นริ้วรอยที่ใบหน้าได้ง่าย

 

 
ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว

 

การจะเลือกเครื่องสำอางที่ใช้ชำระล้างผิวหน้า, โทนเนอร์, โลชั่น หรือมอยส์เจอไรเซอร์ ซึ่งมีอยู่มากมายในท้องตลาด ไม่จำเป็นว่าจะต้องไปเลือกสินค้าแบรนด์เนม หรือสินค้าที่มีราคาสูงเสมอไป แต่ควรจะดูว่าเหมาะสมกับผิวหน้าของเราหรือไม่ อาทิเคล็นซิ่งมิลค์ ที่มีเนื้อเป็นลักษณะ ครีมเมื่อใช้จะไม่มีฟองโฟม ก็จะเหมาะกับคนที่มีลักษณะผิวแห้ง หรือ เคล็นซิ่งเจล ช่วยทำความสะอาดบำรุงให้ผิวดูสะอาดเนียนนุ่ม เหมาะสำหรับผิวมัน และถ้าใช้แล้วเกิดมีผื่นคันแดงขึ้น ให้รีบหยุดใช้ทันที ถึงแม้ว่าจะเป็นตัวที่เราใช้เป็นประจำทุกวัน อยู่แล้วก็ตาม แล้วรีบไปปรึกษาแพทย์

ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีผลทำให้ผิวแห้ง
สำหรับคนที่ผิวแห้งนั้นผิวหน้ามักมีการผลิต ซีบัม (sebum) ได้น้อย ข้อดีคือ ผิวจะดูละเอียด มองไม่ค่อยเห็นรูขุมขน แต่ข้อเสียคือ เนื่องจาก sebum ทำหน้าที่เป็นสารให้ความชุ่มชื้น ตามธรรมชาติของผิวหนัง (moisturizer) ดังนั้นเมื่อปริมาณ sebum ต่ำ จึงทำให้ผิวสูญเสียน้ำไปได้ง่าย ในระยะยาวจะเสียความยืดหยุ่น และเกิดเป็นริ้วรอยได้เร็วกว่าคนที่หน้ามัน ดังนั้นการใช้สบู่ล้างหน้าที่ชะล้างความมันได้ดีจะยิ่งทำให้ผิวแห้งมากขึ้น คนผิวแห้งไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับคนหน้ามัน หรือคนเป็นสิว กรณีที่ผิวแห้งมากๆ ในตอนเช้าอาจล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าก็เพียงพอ (เนื่องจากไม่มีเครื่องสำอางที่จะต้องล้างออก) นอกจากนี้ควรใช้น้ำอุณหภูมิห้องล้างหน้า หลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนล้างหน้า เนื่องจากจะทำให้ผิวยิ่งแห้งมากขึ้น

ทำความสะอาด ผิวหน้าด้วยอุปกรณ์เป็นบางครั้งบางคราว

  
 
แปรงทำความสะอาดผิวหน้านั้นจะช่วยทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยนแต่ล้ำลึก และช่วยทำความสะอาดเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์กันแดด รวมถึงสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามรูขุมขนบนผิวหน้าให้หลุดออกมาอย่างง่ายดาย ทั้งยังช่วยกระชับรูขุมขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความมันของผิวหน้า โดยไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว ทำให้รูขุมขนสะอาด ผิวดูสดใสสุขภาพดี

 

ไม่จำเป็นต้องใช้ของแพง

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมากมายหลายแบบ ทำออกมาให้ได้เลือกใช้กันอย่างเต็มที่ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกผิดหวังกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วไม่ค่อยเห็นผล ไม่เป็นที่พอใจ บ้างก็คิดว่าเพราะผลิตภัณฑ์ที่เราเลือกซื้อนั่น มีราคาถูก แต่บางผลิตภัณฑ์ที่มีราคาแพง กลับได้รับการยกย่อง ที่ทำให้ผู้ใช้เกิดความอัศจรรย์ใจในผลลัพธ์ได้เป็นอย่างมาก สามารถเห็นผลที่น่าพึงพอใจในเวลาที่ไม่นานเกินรอ  อาจเพราะด้วยการใช้วิทยาการด้านความงามขั้นสูง การลงทุนค้นคว้าวิจัยอย่างจริงจัง จนเกิดประสิทธิภาพอันเยี่ยมยอด ทำให้ราคาขายอยู่ในระดับที่สูง ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เมื่อเทียบกับราคาขายในท้องตลาด แต่ถึงอย่างไรไม่ว่าคุณจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ด้วยเหตุผลใด สิ่งที่ควรนึกถึงอยู่เสมอก็คือ ผลิตภัณฑ์ที่เลือกซื้อ เลือกใช้นั่น ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของเราที่สุด

 
หมั่นใช้โทนเนอร์อยู่เสมอ

นี่คือ ขั้นตอนที่สองของการทำความผิวต่อจากการล้างหน้า โลชั่นเช็ดผิว หรือโทนเนอร์จะใช้เป็นขั้นตอนในการทำความสะอาดผิวหน้า หน้าที่หลักของโทนเนอร์คือ ชำระทำความสะอาดสิ่งสกปรกในครั้งสุดท้าย เพื่อให้แน่ใจว่า ผิวหน้าสะอาดปราศจากสิ่งสกปรกตกค้างจริงๆ ในขณะเดียวกันก็จะช่วยกระชับรูขุมขน และคำถามคือ ทำไมเราถึงไว้วางใจโลชั่นเช็ดผิว หรือโทนเนอร์ได้มากกกว่าน้ำประปาที่เราใช้ล้างหน้า เพราะโทนเนอร์ ไม่ใช่แค่น้ำธรรมดา แต่เป็นน้ำที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อให้สะอาดที่สุด เพื่อเหมาะใช้กับผิวหน้า เป็นน้ำสุดท้ายที่สะอาดที่สุด จึงเป็นที่มาว่า ทำไมโลชั่นเช็ดผิว หรือโทนเนอร์ จึงสามารถช่วยทำความสะอาดผิวได้ และเมื่อผิวหน้าสะอาดหมดจดแล้ว ไม่มีสิ่งอุดตันตรงรูขุมขน ผิวก็สามารถดูดซึมสารสำคัญในขั้นตอนบำรุงได้ดีขึ้น

 

หลีกเลี่ยงน้ำร้อน

การใช้อุณหภูมิของน้ำในการล้างหน้าก็สำคัญ หลายตำราบอกว่าควรเปิดรูขุมขนโดยใช้น้ำร้อน เพราะจะทำความสะอาดได้ล้ำลึก แต่ในความเป็นจริงแล้ว การใช้น้ำร้อน ก็อาจจะทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น และสังเกตเห็นได้ชัดมากขึ้น ส่วนน้ำเย็นถึงแม้จะช่วยปิดรูขุมขน แต่หากเย็นเกินไป ผิวก็เสียสมดุลได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น คุณควรล้างหน้าโดยใช้น้ำตามอุณหภูมิห้อง จะดีที่สุด เพราะนอกจากจะไม่เกิดผลเสียใดๆ แล้ว  ยังไม่ยุ่งยากในการเตรียมน้ำอีกด้วย

 

 

 



เนื้อหา โดย: รูปภาพ โดย: Kristine Wreyford, Fotolia

Shop This Story

บทความที่เกี่ยวข้อง