5 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแสงบลูไลท์

โทษของบลูไลท์หรือแสงสีฟ้าเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็พูดถึงกันในตอนนี้ แต่อันที่จริงแล้วบลูไลท์ก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน วันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟังว่าบลูไลท์มีดีไม่ดียังไง และมีผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจมากแค่ไหน

1.แสงบลูไลท์อยู่รอบตัวเรา
บลูไลท์ไม่ได้ออกมาจากแค่โทรศัพท์มือถือ แท็บเลต หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่แสงแดดนี่แหละที่เป็นแหล่งของบลูไลท์หลักๆ และทำให้บลูไลท์อยู่รอบตัวเราตลอดเวลา แสงแดดที่แผ่ออกมาผ่านท้องฟ้านั้นประกอบไปด้วยสเปคตรัมของสี ตั้งแต่ อุลตร้าไวโอเล็ต (ยูวี) จนถึง อินฟราเรด ที่เรามองไม่เห็น ซึ่งบลูไลท์ก็คือสีสีหนึ่งในสเปคตรัมนั้นๆ อันที่จริงแล้ว ปริมาณของบลูไลท์คิดเป็นหนึ่งในสามของปริมาณแสงทั้งหมดที่มนุษย์มองเห็นได้ด้วยตาเลยทีเดียว แถมยังเป็นสาเหตุของการที่ท้องฟ้ามีสีฟ้าอีกต่างหาก

 

 

2. บลูไลท์ทดสอบสายตา
เพราะว่าแสงบลูไลท์มีความยาวคลื่นที่สั้นมากๆ เมื่อเทียบกับแสงสีอื่นๆ บลูไลท์จึงมีพลังมหาศาล ดังนั้น การมองจอคอมฯ เป็นเวลานานๆ ทุกวันจึงหมายถึงการทำร้ายดวงตา โดยเฉพาะอาการที่เรียกว่า อาการเมื่อยล้าทางสายตาในยุคดิจิตอล (digital eyestrain) ที่ทำให้คุณรู้สึกปวดคอ ปวดหลัง และตาพร่ามัว และที่แย่ไปกว่านั้น บลูไลท์ยังทำลายจอประสาทตา ซึ่งอาจทำให้ตาถูกทำลายได้อย่างถาวรหรือแม้กระทั่งตาบอดเลยก็ว่าได้

 

 

3. บลูไลท์เป็นศัตรูของการนอนหลับ
ถ้าการนอนหลับเป็นเรื่องยาก นั่นอาจเป็นเพราะคุณได้รับแสงบลูไลท์มากเกินไป เพราะคนเรามีความอ่อนไหวต่อแสงบลูไลท์มาก นาฬิกาในร่างกายจึงถูกรบกวน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ร่างกายคนเราย่อมแตกต่างกันและได้รับผลกระทบมากน้อยไม่เท่ากัน แต่ก็มีงานวิจัยออกมารองรับมากมายว่ากันเล่นโทรศัพท์หรือดูทีวีก่อนนอนนานๆ นั้นส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อนาฬิการ่างกาย และยังทำให้เรารู้สึกง่วงในเวลาที่ไม่ควรจะง่วงอีกด้วย

 

 

4. บลูไลท์ก็ไม่ได้มีแต่ข้อเสียนะ
แม้จะมีกระแสลบออกมามากมาย แต่จริงๆ แล้วบลูไลท์ก็มีข้อดีอยู่ ที่เห็นได้ชัดๆ เลยก็คือบลูไลท์ช่วยกระตุ้นความตื่นตัว ช่วยเรื่องความจำ และทักษะการรับรู้ หรือแม้กระทั่งช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น นอกจากนี้ การได้รับบลูไลท์ระหว่างวันจะช่วยให้นาฬิการ่างกายทำงานได้ดีขึ้น เพียงปรับเปลี่ยนหาเวลาออกมาสูดอากาศรับแสงแดดข้างนอกหรือเดินเล่นนิดหน่อยหลังอาหารเที่ยงก็ได้

 

 

5. แสงบลูไลท์สตรองสุดๆ
พยายามกะพริบตาเวลาจ้องหน้าจอนานๆ เพราะยิ่งมองจอนานๆ เราก็จะกะพริบตาน้อยลง ทำให้ตายิ่งแห้ง วิธีแก้ไขคือหาซื้อตัวกรองแสงบลูไลท์สำหรับโทรศัพท์ แท็บเล็ต และจอคอมพิวเตอร์เพื่อลดปริมาณของบลูไลท์ที่เข้าสู่สายตาและผิวหนัง มีงานวิจัยออกมาแล้วว่าบลูไลท์สามารถส่งผลกระทบบางอย่างได้เหมือนรังสียูวีและทำให้เกิดสัญญาณแห่งวัยบนผิวพรรณได้ เพราะฉะนั้น ถ้าอยากเซฟตัวเองล่ะก็ อย่าลืมทา โนเวจ เดย์ ชีลด์ เอสพีเอฟ 50 ยูวีเอ/พีเอ++++ แอดวานซ์ สกิน โพรเท็กเตอร์ กันไว้ทุกครั้ง

 

 

สรุปแล้วเราทุกคนควรจะลิมิตเวลาในการเล่นโทรศัพท์หรือจ้องหน้าจอให้ดี เพื่อให้สายตาและผิวพรรณที่ดีอยู่คู่กับเราไปนานๆ แถมยังช่วยให้เราพักผ่อนได้เพียงพอมากขึ้นอีกด้วย

เนื้อหา โดย: