สองผู้ก่อตั้งออริเฟลม: มร. โรเบิร์ต และ โจนัส อาฟ จอร์คนิค

ออริเฟลมก่อตั้งมามากกว่า 50 ปี! นี่คือช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ คุณไม่อยากทราบเรื่องราวอันน่าทึ่งของผู้ชายสองคนนี้ ด้วยเหตุใดทำให้พวกเขามีวันนี้ มีช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม การเดินทางของพวกเขา จะเป็นเช่นไร เราได้มีโอกาสฟังเรื่องราวการสัมภาษณ์ระหว่าง Hibbs และ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ออริเฟลม คอสเมติกส์ มร. โรเบิร์ต และ โจนัส อาฟ จอร์คนิค ผ่านการนั่งสนทนากับบทสัมภาษณ์พิเศษนี้

ย้อนไปเมื่อ 50 ปีก่อนหน้านี้ ในวันที่ มร. โรเบิร์ต และ โจนัส ทั้งสองพี่น้องได้ลงออกจากงาน เพื่อนร่วมงาน รวมถึงคนรอบข้าง ต่างพูดกันไปว่า พวกเขาทั้งสองต่างคิดผิดอย่างมหันต์ ที่ลาออกจากงานประจำอันแสมั่นคง แต่ใครเลยจะรู้ถึงความมุ่งมั่น และตั้งใจจริง ที่มีแรงผลักดันคือความทะเยอทะยานของสองพี่น้อง ในการที่จะเป็นสองผู้ยิ่งใหญ่ ที่ประสบความสำเร็จอย่างเช่นทุกวันนี้ ด้วยพลังแห่งความเชื่อมั่น ศรัทธาในกันและกัน อีกทั้งพลังแห่งความคิดบวก ล้วนส่งผลทำให้ทั้งสองพี่น้องสร้างออริเฟลม ให้เป็นหนึ่งในบริษัทธุรกิจความงามที่ยิ่งใหญ่ในระดับโลก

ผู้สัมภาษณ์ได้ถามถึงแรงบันดาลใจใด ที่ทำให้ทั้งสองฝันฝ่าเอาชนะอุปสรรคต่างๆ มากมายมาได้อย่างสง่างาม - มร. โรเบิร์ต และ โจนัส กล่าวตอบว่า แรงบันดาลใจที่เป็นเสมือนแรงผลักดันในการทำงานของพวกเขา ส่งผลมาจากวัยเด็กในช่วงวัยนั้น พวกเขาชอบการแข่งขันในทุกรูปแบบเป็นชีวิตจิตใจในวันหยุดครอบครัวของพวกเขา ก็จะจัดกิจกรรมสนุกๆ ขึ้นมาแข่งขันกันเอง หรือแม้กระทั่งที่โรงเรียน ไม่ว่าจะมีการแข่งขันใด จะต้องมีชื่อของทั้งสองอยู่เสมอ จุดนี้เอง คือ ที่มาแห่งการเอาชนะ และมุ่งมั่น ในการสร้างธุรกิจออริเฟลมให้เติบโต บนพื้นฐานแห่งความสำเร็จที่สร้างสรรค์อย่างจริงใจ และงดงาม

“ ในทุกๆ ย่างก้าว ของการดำเนินชีวิตของพวกเรานั้น เรามุ่งมั่น เราพร้อมที่จะต่อสู้กับทุกๆ สิ่ง มันคือความเชื่อมั่นที่ไม่เคยสูญหาย หรือลดทอนด้วยอุปสรรคใดใดได้เลย
ทั้งหมดคือทุกอณูแห่งชีวิต คือดีเอ็นเอที่มีอยู่ในเลือดเนื้อของเรา และมันจะถูกปลูกฝังหยั่งรากลึกลงไปในธุรกิจที่เราสร้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใดก็ตาม ” นี่คือความรักในสิ่งที่เราทำอย่างแท้จริง” มร. โรเบิร์ต กล่าว

ชายทั้งสองคนนี้ คือ ผู้ที่เราสามารถกล่าวได้อย่างไม่ขัดเขินในด้านของการต่อสู้ พวกเขามีจิตวิญญาณแห่งนักสู้ทั้งกาย และใจ ความสามารถในการฝันฝ่าปัญหาอุปสรรค ความสามารถในการที่จะอดทน ทั้งด้านความยาก ความลำบากทางกาย ความอดกลั้นทางด้านจิตใจ และ จิตวิญญาณที่สามารถเผชิญ และเอาชนะเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 
เมื่อในทุกย่างการของการต่อสู้ บนเส้นทางแห่งธุรกิจยังต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และไม่มีความแน่นอนอยู่เสมอ ชายทั้งสองล้วยฝันฝ่าความท้าทายมานับไม่ถ้วน
ตลอด 50 ปีแห่งการสร้างธุรกิจ พวกเขาลงมือทำลงไปในทุกๆ วัน เสมือนกับว่า พวกเขาไม่ย่อท้อต่อปัญหาที่มีเข้ามา แต่กลับพร้อมสู้ และเห็นโอกาสจากทุกปัญหาที่ต้องเจอ ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าอย่างไม่มีใครทำได้

 

 

“ ความล้มเหลวเป็นเพียงบทเรียนชั่วคราวที่ผ่านมา และผ่านไป ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นความพ่ายแพ้ไปทั้งชีวิตสำหรับคุณ สำหรับที่มองโลกในแง่ดีพวกเขามองความล้มเหลวเป็นครู เป็นก้าวย่างสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในอนาคต ”  มร. โจนัส กล่าว

ผู้คนมากมายที่เข้าร่วมธุรกิจกับออริเฟลม พวกเขาต่างมีหัวใจของนักสู้ในทุกๆ ด้าน พวกเขามีค่านิยมที่เหมือนกัน นั่นคือการไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค การเป็นนักสู้ที่มีพลังแห่งการคิด ในเชิงสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเจอสิ่งรุมเร้าในรูปแบบใดก็ตาม ทั้ง มร. โรเบิร์ต และ โจนัส ต่างเลือกสรรผู้คนที่จะเข้ามาร่วมธุรกิจกับออริเฟลม บุคคลที่เสมือนเป็นตัวแทนของบริษัท ในการบริหารงานด้านนโยบายในแต่ละภูมิภาคที่ออริเฟลมได้เข้าไปดำเนินธุรกิจ พวกเขาทั้งสองสรรหาผู้ที่มีใจรักต่อธุรกิจ รวมไปถึงการเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจ ในรูปแบบวัฒนธรรมขององค์กรอย่างลึกซึ้ง 

และยังมีอีกกลุ่มคนที่จะลืมกล่าวในที่นี้ไม่ได้ นั่นคือ ผนักธุรกิจของออริเฟลม พวกเขาเหล่านี้ คือผู้มุ่งมั่น คือผู้ที่มีพลังแห่งการคิดบวกอย่างแท้จริง เพราะในทุกๆ ความนึกคิดของพวกเขา สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ในทุกเวลอย่างไม่มีขีดจำกัด

และเมื่อถึงวัน ที่พวกเขาประสบความสำเร็จ เกียรติยศและรางวัลที่พวกเขาได้รับ ล้วนส่งผลต่อชีวิตของเขาเอง และรวมถึงคนรอบข้างที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ตัวอย่างของผู้ประสบความสำเร็จนั้น คือสัญลักษณ์แห่งชัยชนะที่ไม่ว่าใคร หากมุ่งมั่น และตั้งใจจริง ล้วนมีสิทธิได้รับทั้งสิ้น

มร. โจนัส ยิ้มขึ้นมาบางๆ คล้ายกับว่ากำลังนึกถึงภาพอันประทับใจ ที่แฝงด้วยรอยยิ้ม
และเสียงปรบมือ อย่างพึงใจ ก่อนที่จะกล่าวต่อไปว่า

“มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ยากจะบรรยายได้ มันมากกว่าความตื่นเต้น การรับรู้ใดๆ เมื่อวันหนึ่งคุณได้เห็นผู้ที่ประสบความสำเร็จมากมายยืนอยู่อย่างสง่างามบนเวทีแห่งเกียรติยศ แต่กว่าที่ทุกคนจะมีวันนี้ พวกเขาล้วนเคยเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง เป็นคนขี้อาย ไม่แม้แต่จะสบตากับคนที่ไม่รู้จัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปพร้อมกับใจที่มุ่งมั่น... 
คุณจะพบกับความประหลาดใจ เพราะคนขี้อาย ท้อถอบ เหล่านั้นได้หายไปหมด ณ วันนี้ คุณจะเห็นแต่ผู้ที่ไฟแห่งฝันแห่งผู้นำ ที่พร้อมจะก้าวขึ้นไปสู่ในระดับต่อไป อย่างไม่ยอมแพ้แม้เพียงก้าวเดียว”

หากจะกล่าวในเรื่องของพลังแห่งการคิดบวก การคิดเชิงสร้างสรรค์ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในชีวิต ของเหล่านักธุรกิจ และคนรอบข้างของพวกเขามากมายนั้นทำให้ มร. โรเบิร์ต และ โจนัส ยิ้มกริ้มอย่างภาคภูมิใจ 

มร. โรเบิร์ต กล่าวว่า “หัวใจของธุรกิจออริเฟลมว่า คือการมอบโอกาสเจียระไนชีวิตเพื่อเติมเต็มฝัน เพราะโอกาสของธุรกิจนี้จะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิต และสานฝันของทุกคนได้ 

ทำให้ผู้นักธุรกิจธุรกิจของเรา มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และพร้อมมอบโอกาสดีๆเหล่านี้ให้กับคนอื่น ทำให้สังคมรอบข้างดีขึ้น เป็นการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ปัญหาของสังคม ดังปณิธานที่ตั้งต้นไว้แต่แรกเริ่มว่า ในทุกๆ วัน เราจะทำงานเพื่อสรรค์สร้างอนาคตที่ดีขึ้น”

“นักธุรกิจของเราต่างเชื่อว่า การบอกเล่าความฝัน ไปพร้อมกับการสร้างสรรค์แรงบันดาลใจ จะนำพาไปสู่การตั้งเป้าหมายแห่งการดำเนินชีวิต ชีวิตที่จะประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยเคล็ดลับขั้นตอนต่างๆ มากมาย  และเป็นความจริงที่ว่าเราเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของเราเอง เป็นคนเลือกเส้นทางชีวิต และนั่นคือสิ่งที่ยากที่สุด เพราะไม่มีใครรู้ว่าเส้นทางที่กำลังเดินนั้น จะนำเราไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการรึเปล่า

ถ้าเป็นเช่นนั้น การที่เรารู้กฎเกณฑ์การใช้ชีวิต จะช่วยให้เราได้รับประโยชน์สูงสุดจากเวลาทุกๆ นาที เพราะกฎเหล่านี้ เปรียบเสมือนแผนที่ชีวิต ในการใช้เวลา เพื่อเลือกลงมือทำในสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้ตรงตามเป้าหมายในชีวิตของเรา”

“และออริเฟลม คือที่ที่พร้อมจะเติมเต็มทุกๆ อย่างให้กับพวกเขา เพียงเพื่อเราอยากให้ทุกๆ คน มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน”

“โจนัส คุณเคยคิดหรือไม่ว่า… มีผู้คนจำนวนมากที่เข้ามาร่วมธุรกิจกับออริเฟลม ล้วนมีความแตกต่างกันอย่างมากมาย” มร. โรเบิร์ต เป็นผู้ถาม
“ความแตกต่างนั้น ล้วนมีอยู่จริง แต่นั่นไม่ได้เป็นปัญหาในการดำเนินธุรกิจแต่อย่างใด เพราะอะไรน่ะหรือ นั่นก้เพราะ นักธุรกิจของเราล้วนทำธุรกิจอย่างมีความสุข 

ทุกคนมุ่งหวังสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน แต่ทุกก้าวที่เดินไป ล้วนเกิดจากความมุ่งมั่นของแต่ละบุคล มิใช่เกิดจากการผลักผู้อื่นให้ล้ม แล้วส่งตัวเองสู่เป้าหมาย เหตุเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นที่ออริเฟลม เพราะทุกๆ คน ล้วนมีความรู้สึกแห่งการอยู่ร่วมกันฉันท์มิตร ดุจเป็นครอบครัวที่แสนอบอุ่น มิใช่อยู่เยี่ยงศัตรู”
มร. โจนัส กล่าว

“ออริเฟลมคือธุรกิจครอบครัวที่ตั้งอยู่บนคุณธรรมแห่งการดำเนินธุรกิจ”

“ทุกคน คือ ครอบครัวออริเฟลม เราดำเนินธุรกิจบนแก่นแท้ความตั้งมั่นนี้ ในการทำธุรกิจอาจมีข้อขัดแย้งเกิดขึ้นบ้าง นั่นเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ ไม่มีปัญหาใดคงอยู่ตลอดไป แต่หากวันใดมีคู่แข่งที่พยามยามจะลอกเลียนแก่นแท้ในการดำเนินธุรกิจนี้พวกเราคิดว่า มันไม่ง่ายหรอก ที่คุณจะลอกเลียนความเป็นครอบครัวหนึ่งได้สำเร็จ”

ด้วยแนวคิดนี้ทำให้ มร. โรเบิร์ต และ โจนัส อาฟ จอร์คนิค เห็นการตอบสนองจากนักธุรกิจ ที่เข้ามาร่วมกับออริเฟลม ล้วนต่างมีความจริงใจให้แก่กันอย่างไม่มีเงื่อนไข เสมือนนี่คือกลุ่มคน ที่เข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างอบอุ่น

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม บริษัทขนาดใหญ่ที่ประสบความสำเร็จเช่นนี้ ล้วนมีกลไกจากพลังคิดบวก นอกจากจะช่วยให้คนประสบความสำเร็จแล้วยังช่วยให้คนคิดบวกมีความสุข และสิ่งที่ตามมาคือสุขภาพทั้งกาย และมีใจที่แข็งแรง ผู้คนรอบข้างมีความสุขตรงกันข้ามกับคนคิดลบ นอกจากไม่ประสบความสำเร็จแล้วยังเต็มไปด้วยความทุกข์ หวาดระแวง เครียด สิ่งที่ตามมา คือ ความทุกข์ เพียงคิดบวกทุกๆวัน ชีวิตคุณจะเปลี่ยนไป

“คิดบวกสร้างสุขสร้างเงิน”

ออริเฟลมเริ่มก้าวจากบริษัทขนาดเล็ก แต่ในทุกก้าวเดินคือการสร้างฝันอันยิ่งใหญ่ให้ผู้คนมากมาย ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา และยังคงมีปณิธานที่ถูกสานต่ออย่างแรงกล้าในการทำธุรกิจ ที่มีจรรยาบรรณจากรุ่นสู่รุ่นต่อไป


เนื้อหา โดย: รูปภาพ โดย: Oriflame

Shop This Story

บทความที่เกี่ยวข้อง